Showing posts with label Tezcatlipoca. Show all posts
Showing posts with label Tezcatlipoca. Show all posts

Saturday, March 14, 2020

อนาคตที่สวยงาม






แม้ว่า ในลัทธิศาสนา และเทวศาสตร์เม็กซิกัน จอมเทพเควตซัลโคอาทล์ (Quetzalcoatl) ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังแห่งความดี จะพ่ายแพ้แก่ เทพอสูรเตซตาทลิโปคา (Tezcatlipoca) ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังแห่งความชั่ว จนต้องเสด็จจากไป

แต่องค์จอมเทพก็ทรงสัญญา กับผู้ที่ยังจงรักภักดีต่อพระองค์ว่า จะเสด็จกลับมาอีกในอนาคต

ผู้คนส่วนหนึ่งของอเมริกากลาง จึงเฝ้ารอ และยังคงบูชาพระองค์มาจนกระทั่งทุกวันนี้ เพื่อจะได้หวนคืนสู่ยุคแห่งสันติสุขอีกครั้ง

ความพยายามนี้ จริงจังและต่อเนื่องครับ

จนแม้แต่ลัทธิบูชาเทพอสูรเตซคาทลิโปคา และเทพกระหายเลือดองค์อื่นๆ ยังต้องหลีกทางให้

โดยถึงเราจะไม่มีหลักฐานว่า การบูชาจอมเทพเควตซัลโคอาทล์ใน กรุงเตนอชติทลัน (Tenochtitlan) นั้นเป็นอย่างไร เพราะเทวสถานทั้งหมดถูกสเปนรื้อทิ้ง เพื่อสร้างกรุงเม็กซิโกซิตี้

แต่ที่ กรุงเตโอติวาคัน (Teotihuacan) ก็มีเทวสถานของพระองค์ ซึ่งเป็นปราสาทหินแบบอัซเต็คที่ใหญ่ที่สุด นอกเหนือไปจากสุริย-จันทรเทวาลัย ที่สร้างโดยชาวเตโอติวาคันมาก่อน




ชั้นฐานของปราสาทแห่งนี้ ตกแต่งด้วยเศียรพญางูขนนกขององค์จอมเทพ สลับกับหน้ากากของ วรุณเทพทลาลอค (Tlaloc) ซึ่งเป็นมหาเทพองค์สำคัญ เทียบเท่า สุริยเทพฮวิทซิโลปอชทลิ (Huitzilopochtli) ผู้อุปถัมภ์นครเตนอชติทลันเลยทีเดียว

ซึ่งแม้จะเกิดจากคติที่ว่า ทรงเป็นเทพผู้ประทานฝน และความอุดมสมบูรณ์เหมือนกันแล้ว ในอีกแง่หนึ่ง ก็เท่ากับเป็นการนำวรุณเทพ ผู้ทรงอำนาจอย่างทลาลอค มาเสริมบารมีของจอมเทพเควตซัลโคอาทล์

และแสดงให้เห็นถึงบทบาทของพระองค์ ซึ่งยังคงเป็นที่พึ่งของคนจำนวนมาก ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีครับ

ลูกหลานอัซเต็ครุ่นต่อรุ่น ยังคงเชื่ออย่างสนิทใจว่า แม้ในยุคบรรพกาล พลังแห่งความดีจะต้องหลีกทางให้พลังแห่งความขั่ว แต่พลังแห่งความดีเท่านั้นละครับ ที่จะปกป้อง และนำมวลมนุษย์ไปสู่อนาคตที่ดีได้

ลูกหลานอัซเต็คในปัจจุบัน จึงไม่มีข้อกังขาใดๆ ในการที่จะบูชาเทพที่คนอื่นมองว่า “เป็นผู้แพ้

ด้วยว่า ในความคิดของพวกเขา อารยธรรมอัซเต็คต่างหากล่ะครับ ที่เป็นฝ่าย “แพ้” อย่างแท้จริง

จนถึงแก่กาลล่มสลาย ก็เพราะบูชาในสิ่งที่ชั่ว

และมีแต่จอมเทพเควตซัลโคอาทล์เท่านั้น ที่จะกลับมารังสรรค์โลกใหม่ที่ดีกว่าเดิม

กว่าจะถึงเวลานั้น ย่อมไม่มีอะไรดีไปกว่าการฟื้นฟูเทวศาสตร์ของพระองค์ ทั้งในด้านของพิธีกรรม เทวรูป และเครื่องราง




ซึ่งก็นับว่า โชคดีครับ ที่องค์ความรู้ในศาสตร์นี้ ยังพอมีให้ศึกษาค้นคว้าได้ในปัจจุบัน มิใช่ถูกคริสตจักรทำลายล้างจนหมดสิ้น

เทวสถานของพระองค์ ที่เตโอติวาคัน แม้จะเหลือแต่ฐาน ก็ยังมีพลังศักดิ์สิทธิ์ นักเทวศาสตร์อัซเต็คที่เคยไปประกอบพิธีที่นั่น สามารถเชื่อมต่อกับพลังดังกล่าวมาได้เป็นสิบปีแล้วครับ

ขณะที่ฝ่ายคริสตจักรก็ผ่อนปรน ให้กับพิธีกรรมของ pagan เม็กซิกันรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับการบูชาเทพองค์อื่นๆ

จนชาวลัทธินี้คาดหวังร่วมกันว่า กว่าองค์จอมเทพเควตซัลโคอาทล์จะเสด็จกลับมา พวกเขาก็อาจจัดหาพื้นที่ที่ “สะอาด” ทั้งในเม็กซิโก และที่อื่นๆ ของโลก ได้อย่างเพียงพอที่จะต้อนรับพระองค์แล้ว




ภาพนี้ เป็นเทวปฎิมาขององค์จอมเทพ ในรูปมนุษย์ ซึ่งหาดูได้ยากในศิลปะอัซเต็ค

แต่ไม่แน่นะครับ พวกเราอาจได้เห็นงาน reproduction และ replica ที่จำลองแบบจากเทวรูปองค์นี้มากขึ้น เคียงข้างประติมากรรมพญางูขนนก บนแท่นบูชาตามบ้านของ pagan เม็กซิกันและชาวตะวันตก ภายในอีกไม่กี่ปีนับจากวันนี้


ผมเองก็รอดูอยู่เหมือนกันครับ


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

Friday, March 13, 2020

การบูชายัญ





การบูชายัญด้วยชีวิตมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทำกันทั่วไปในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของทุกทวีป และแทบทุกชนชาติทั่วโลก

ในทวีปอเมริกากลาง ความนิยมในการบูชายัญเห็นได้ชัดมาตั้งแต่อารยธรรมระดับเมืองใหญ่ยุคแรก คือ โอลเม็ค (Olmec) เมื่อราวๆ 1.200-900 ปีก่อนคริสตกาล มีประติมากรรมที่แสดงถึงการจับคนต่างถิ่นมากระทำทารุณกรรม และบูชายัญอย่างสยดสยอง

ซึ่งการที่ชนชาตินี้ ได้เป็นต้นธารทางอารยธรรมทั้งหมด ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ก็ทำให้ผู้คนในทั้งสองภูมิภาคนี้ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาพร้อมกับภูมิปัญญาอันสูงส่ง แต่ก็เต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด อย่างต่อเนื่องเช่นกัน




โดยในอารยธรรมมายานั้น ไม่เพียงเชลยศึก หรือประชาชนทั่วไปเท่านั้นนะครับ ที่จะต้องถูกบูชายัญ แม้แต่กษัตริย์และราชวงศ์ ก็จะต้องกรีดเลือดเป็นปริมาณมากถวายแด่เทพเจ้า ในพิธีกรรมสำคัญต่างๆ 

และการทำสงครามแต่ละครั้ง หากได้ชนชั้นสูงของอีกฝ่ายมาบูชายัญ ก็เชื่อกันว่าจะเป็นที่โปรดปรานของเทพเจ้ามากเป็นพิเศษด้วยครับ

ส่วนในอารยธรรมอัซเต็ค มหาเทพที่มีความสำคัญสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น สุริยเทพ-เทพสงครามฮวิตซิโลปอชทลิ (Huitzilopochtli) และ วรุณเทพทลาลอค (Tlaloc) ล้วนแต่โปรดการบูชายัญ




องค์เทพสงครามฮวิตซิโลปอชทลินั้น จะต้องสังเวยด้วยชีวิตของเชลยศึกคราวละมากๆ ขณะที่วรุณเทพทลาลอค โปรดการสังเวยด้วยเด็กเล็ก

การใช้เด็กเป็นเครื่องบูชายัญ เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในเรื่องของการเกษตร แม้ว่าชนชาติเหล่านี้จะมีความรู้ด้านการกสิกรรม ในระดับที่ก้าวหน้ามากก็ตาม

ดังในช่วงปลายสมัยแห่งอารยธรรมอินคา ซึ่งมีการนำเด็กมาสังหารเพื่อสังเวยสุริยเทพเป็นประจำทุกปี

นักวิชาการส่วนหนึ่งคิดว่า เทพอสูรเตซตาทลิโปคา (Tezcatlipoca) ในเทวศาสตร์เม็กซิกัน คือ ตัวแทนของไสยศาสตร์พื้นเมือง ที่คลั่งไคล้การบูชายัญเหล่านี้ ซึ่งเดิมน่าจะเป็นนักบวช หรือไม่ก็หมอผีผู้ทรงอิทธิพลมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หรืออย่างน้อย ก็น่าจะมีมาแล้วในยุคโอลเม็ค

ซึ่งก็เพราะเป็นความเชื่อพื้นฐาน ที่มีอยู่ทั่วไปในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ในระดับที่ฝังรากลึกนี่แหละครับ

เมื่อลัทธิของชนต่างถิ่นที่ทรงภูมิปัญญา และมีศีลธรรมสูง ซึ่งมีตัวแทนคือ จอมเทพเควตซัลโคอาทล์ (Quetzalcoatl) พยายามเข้ามาแก้ไข จึงทำได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ และจบลงด้วยการพ่ายแต่อไสยศาสตร์พื้นเมือง

ดังที่เทวตำนานเม็กซิกัน บรรยายถึงความล้มเหลวของจอมเทพเควตซัลโคอาทล์ จนต้องเสด็จจากไป

และเนื่องจากในปัจจุบันนี้ ได้มีการฟื้นฟูลัทธิบูชาสุริยเทพฮวิตซิโลปอชทลิ และวรุณเทพทลาลอค รวมทั้งเทพอัซเต็คอื่นๆ ด้วยการถวายอาหารคาวหวานและผลไม้ อย่างที่คนเรานิยมกินกันทั่วไป ไม่แม้แต่จะมีการปะปนด้วยเลือด หรือเนื้อสัตว์ดิบๆ




ซึ่งชาวเม็กซิกันที่ทำเช่นนี้ ต่างก็ยืนยันว่า ได้ผลดี เป็นที่โปรดปรานขององค์เทพเช่นกัน

ก็ทำให้นักเทวศาสตร์สรุปว่า การที่นักบวชโอลเม็ค ตอลเต็ค มายา อัซเต็ค และอินคา เผยแพร่ความเชื่อเรื่องการบูชายัญอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลานับพันปี จึงไม่น่าจะเป็นความพอพระทัยอันแท้จริงขององค์เทพ

หากแต่เป็นเพราะความเชื่อสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่ถูกพวกนักบวชนำมากล่าวอ้าง และปรุงแต่งต่อยอด เพื่อรักษาสถานะของพวกนักบวชมากกว่า

และเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารบ้านเมือง ของกษัตริย์และชนชั้นสูงด้วย

เพราะการปกครองด้วยการทำให้ประชาชนพลเมืองหวาดกลัว คิดว่ากษัตริย์และนักบวช คือตัวแทนของเทพเจ้า ซึ่งมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายได้นั้น มันเป็นวิธีการปกครองที่ง่าย สำหรับประชาชนพลเมืองที่มีการศึกษาน้อย

และไม่มีโอกาสที่จะพบพานชนต่างถิ่น ผู้มากับลัทธิศาสนาอื่น และวัฒนธรรมอื่นไงครับ




โดยที่กษัตริย์ และนักบวชเหล่านั้นไม่คาดคิดว่า มันจะกลายเป็น ”อาถรรพณ์” ที่ทำให้ประชาชนของพวกเขาต้องพากันรับเคราะห์ และอารยธรรมของพวกเขาต้องล่มสลายลงอย่างน่าสังเวช

เหมือนกับความตายของเหยื่อบูชายัญ ที่พวกเขาหมกมุ่นกับการแสวงหามาปรนเปรอเทพเจ้า เพื่อสนองความหลงผิดเชื่อผิดของพวกเขานั่นเอง

...................................


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

Thursday, March 5, 2020

เทวีโซชิเควตซัล (Xochiquetzal)






พระนามของเทพนารีองค์นี้มาจากคำว่า โซชิทล์ (Xōchitl : ดอกไม้) กับคำว่า เควตซัลลิ (Quetzalli : ขนนกเควตซัล)

พระนามอื่นๆ ได้แก่ อิชปอชทลิ (Ichpochtli) ซึ่งมีความหมายว่า Maiden เพราะพระนางทรงมีทิพยรูปที่อ่อนเยาว์เสมอ

เทพนารีองค์นี้ เปรียบประดุจ พระลักษมี ของอินเดีย และ มหาเทวีอโฟรดิตี (Aphrodite/Αφροδίτη) หรือ วีนัส (Venus) ของโรมัน ด้วยว่าทรงเป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ทรงเกี่ยวข้องกับพืชพันธุ์ธัญญาหาร และมวลบุปผชาติ

ในขณะเดียวกัน ก็ประทานพรในด้านของความรัก ความปรารถนา กามารมณ์ และพลังแห่งสตรีเพศ ทรงคุ้มครองบรรดาคุณแม่วัยสาวทั้งหลาย รวมทั้งการตั้งครรภ์ และการคลอดบตร

นอกจากนี้ พระนางยังทรงอุปถัมภ์งานฝีมือของผู้หญิง เช่นการทอผ้า และงานฝีมือของช่างทั่วไป เช่นการออกแบบสร้างสรรค์สิ่งของเครื่องใช้สำหรับชนชั้นสูง

พระนางยังทรงเป็นพระแม่แห่งการร้องรำทำเพลง และการใช้เวทมนต์ โดยเฉพาะการทำเสน่ห์ ซึ่งในสังคมอัซเต็คถือเป็นเรื่องของผู้หญิงอีกด้วย




พระนางจึงทรงเป็นเทพนารีองค์สำคัญ ที่ใกล้ชิดกับประชาชนอัซเต็ค เป็นสัญลักษณ์ของความเมตตากรุณา และความอ่อนหวาน ท่ามกลางพระเจ้ากระหายเลือด ท่ราชสำนักและชนชั้นสูงบังคับให้ไพร่บ้านพลเมืองบูชากันอยู่

ในเทววิทยาอัซเต็ค กล่าวถึงพระสวามีของพระนางแตกต่างกันไป กระแสหนึ่งกล่าวว่า พระนางเธอทรงเป็นชายาของ วรุณเทพทลาลอค (Tlaloc) ก่อนจะถูกเทพอสูรเตซคาทลิโปคา (Tezcatlipoca) ฉุดไปและบังคับให้แต่งงานด้วย บางกระแสก็ว่าทรงเป็นชายาของเทพแห่งข้าวโพด เซนเตโอทล์ (Centeotl)

แล้วก็ยังมีบางคัมภีร์ที่ระบุว่า ทรงเป็นชายาของเทพแห่งทางช้างเผือก มิกซ์โคอาทล์ (Mixcoatl) และเป็นพระมารดาของจอมเทพเควตซัลโคอาทล์ด้วยนะครับ

สัตว์มงคลของพระนาง คือนกและผีเสื้อ ในเทศกาลบูชาพระนางซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 8 ปี ชาวอัซเต็คจะพากันสวมหน้ากากที่ทำเป็นรูปสัตว์สองชนิดนี้ เพื่อเป็นการถวายเกียรติแก่พระนาง นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข โดยไม่มีเรื่องของการบูชายัญและความตายเข้ามาเกี่ยวข้อง




ส่วนในภาคของเทวีอิชปอชทลิ ซึ่งมิได้มีคุณสมบัติใดๆ ที่แตกต่างไปจากองค์เทวีโซชิเควตซัลนั้น ก็จะทรงได้รับการบูชาด้วยดอกทานตะวัน ซึ่งถือกันว่าเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระนาง

ภายหลังอารยธรรมอัซเต็คล่มสลาย และทุกชนชาติในอเมริกากลางเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ เทวีโซชิเควตซัลได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็น องค์พรหมจาริณีแห่งโอโคทลัน (Virgin of Ocotlán) ซึ่งเป็นนักบุญหญิงในคติพื้นเมืองของรัฐทลักซ์คาลา (Tlaxcala) ประเทศเม็กซิโก

...................................


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

Wednesday, March 4, 2020

เทวีทลาโซลเตโอทล์ (Tlazolteotl)






เป็นเทวีองค์สำคัญในลัทธิศาสนาของอัซเต็ค และทรงเป็นเหมือน พระแม่กาลี แห่งอเมริกากลางก็ว่าได้

เพราะขณะที่ทรงอุปถัมภ์ความรัก ความปรารถนา กามารมณ์ และความเป็นผู้ใหญ่ ตลอดจนพิธีชำระให้บริสุทธิ์ (Purification) รวมทั้งทรงเป็นคุรุเทพของพวกหมอตำแยนั้น

พระนางก็ทรงเกี่ยวข้องกับบาปเคราะห์ กามโรค และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ด้วย

กล่าวคือ เชื่อกันว่า กามโรค หรือโรคภัยไข้เจ็บอันเกิดจากเพศสัมพันธ์ต่างๆ นั้น เกิดจากการดลบันดาลของพระนาง โดยเฉพาะจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องตามจารีตประเพณี 

แต่ถ้าเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์ ที่เกิดในสามีภรรยาที่ถูกต้องตามประเพณี ก็สามารถขอให้พระนาทรงบำบัดได้ครับ

และแม้การแพทย์ของอัซเต็ค จะไม่เจริญก้าวหน้าเท่าการแพทย์แผนปัจจุบันของพวกเรา แต่อย่างน้อย พวกเขาก็ก้าวหน้ากว่าชาวยุโรปในยุคเดียวกัน

คือเชื่อว่า โรคทางเพศสัมพันธ์ และโรคภัยไข้เจ็บอีกหลายชนิด เกิดจากสุขอนามัยที่ไม่ดีพอ ซึ่งจะรักษาได้ด้วยการแช่น้ำอุ่น ในพิธีชำระให้บริสุทธิ์นั่นเอง

โดยนัยนี้ พระนางจึงทรงเกี่ยวข้องกับน้ำร้อน และยังทรงใช้พิธีกรรมดังกล่าวนี้ปลดเปลื้องผู้บูชาจากบาปเคราะห์ทั้งปวงด้วย




ในลัทธิศาสนาของอัซเต็คนั้น มีความเชื่อในเรื่อง การสารภาพบาป คล้ายกับศาสนาคริสต์ โดยมีเทพอยู่ 2 องค์ที่มีบทบาทสำคัญในด้านนี้ คือ เทพอสูรเตซคาทลิโปคา (Tezcatlipoca) ซึ่งเป็นเทพแห่งการบูชายัญ และ เทวีทลาโซลเตโอทล์

เชื่อกันว่า ชาวอัซเต็คผู้ใดก็ตามได้ทำพิธีสารภาพบาป (โดยเฉพาะในด้านตัณหาราคะ) เบื้องหน้าเทวรูปของเทวีทลาโซลเตโอทล์ เขาก็มั่นใจได้ว่า บาปเคราะห์ของเขาจะถูกขจัดให้สูญสิ้นไป

ในทางโบราณคดีสันนิษฐานว่า เดิมพระนางทรงเป็นเทวีของชนเผ่าพื้นเมืองที่ตั้งหลักแหล่งอยู่แถวอ่าวเม็กซิโกมาก่อน เมื่อชนชาติอัซเต็คเข้าครอบครองพื้นที่ดังกล่าว พระนางก็ทรงกลายเป็นเทพนารีที่ใกล้ชิดกับวิถีวัฒนธรรมของชนชาตินี้ ตลอดยุครุ่งเรืองของพวกเขา

พระนางทรงมีวันสำหรับการบูชาประจำปี ในปฏิทินทางศาสนาซึ่งมี 260 วัน และทรงมีความสัมพันธ์กับวันแห่งเสือจากัวร์ ซึ่งเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ในลัทธิศาสนาอัซเต็คด้วย




ปัจจุบัน เทพนารีองค์นี้ทรงได้รับความนิยมในลำดับต้นๆ ทั้งในหมู่ผู้สนใจเทวศาสตร์อัซเต็ค และองค์ความรู้ทางการแพทย์แผนโบราณของอเมริกากลาง

ในขณะที่กลุ่ม pagan สาย dark ที่ชื่นชอบพระแม่กาลีของอินเดีย ตลอดจนเทวีแห่งแซ็กซ์ในลัทธิศาสนาโบราณต่างๆ ก็จะมีรูปภาพของพระนางอยู่บนแท่นบูชาด้วยครับ

...................................



Picture Credit  : ภาพบนสุด เป็นผลงานของ Jonathan Higareda

หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

เทพอสูรเตซตาทลิโปคา (Tezcatlipoca)






พระนามของเทพองค์นี้แปลว่า “กระจกควัน” เนื่องจากทรงพยากรณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยการทอดพระเนตรผ่านกระจกที่ทำด้วยหิน Obsidian ของพระองค์

ด้วยวิธีดังกล่าว จึงทรงล่วงรู้ทุกการกระทำของมนุษย์ และทรงพิพากษาให้ทุกคนมีอันเป็นไป อันเนื่องมาจากสิ่งที่ได้กระทำไว้นั้น

โดยปกติ เทพองค์นี้ทรงมีความเกี่ยวข้องกับ เสือจากัวร์ (Jaguar) และบางครั้งก็ได้รับการสื่อความหมายด้วยภาพของพญางูที่มีลวดลายของเสือจากัวร์ อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงมีรูปลักษณ์ที่หลากหลาย และพลังที่ไม่สิ้นสุด เป็นผู้ซึ่งเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม และหาความแน่นอนมิได้

ตามปกรณศาสตร์เม็กซิกัน เทพอสูรองค์นี้สืบสายมาจาก เทพบิดรโอเมเตคูฮ์ทลิ (Ometecuhtli) และ เทพมารดรโอเมซิวาทล์ (Omecíhuatl) โดยเป็นพระอนุชาของ จอมเทพเควตซัลโคอาทล์ (Quetzalcoatl)

จอมเทพเควตซัลโคอาทล์ ทรงเป็นหลักแห่งศีลธรรมและคุณธรรม ทรงได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้สั่งสอนชนเผ่าต่างๆ ในอเมริกากลาง ให้พ้นจากความป่าเถื่อน กลายเป็นผู้มีอารยธรรม ผู้คนในยุคแรกๆ จึงพากันนับถือพระองค์ เรียกว่าเป็นยุคทองเลยละครับ

เทพอสูรเตซคาทลิโปคา เฝ้ามองสิ่งเหล่านี้มาตลอด ด้วยความอิจฉาริษยา ในที่สุดจึงใช้เล่ห์กลแย่งชิงบัลลังก์จากจอมเทพเควตซัลโคอาทล์ ด้วยการหลอกล่อให้จอมเทพทรงดื่มสุราจนเมามาย และกลายเป็นตัวตลก

หรือในอีกตำนานหนึ่ง ความเมานั้นทำให้องค์จอมเทพทรงเสพสังวาสกับ เทวีเควตซัลเปลาทล์ (Quetzalpelatl) พระขนิษฐาของพระองค์เอง

เหตุการณ์นี้ ทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะ และหมดความเคารพยำเกรงจอมเทพอีกต่อไป เนื่องจากพระองค์ผู้ทรงเป็นหลักแห่งศีธรรมและคุณธรรม ได้ทรงละเมิดหลักการเหล่านั้นเสียแล้ว

จอมเทพเควตซัลโคอาทล์ ทรงได้รับความอับอายอย่างที่สุด จนต้องเสด็จจากไปทางทะเล และทรงสัญญาต่อผู้ที่ยังจงรักภักดีต่อพระองค์ว่า จะเสด็จกลับมาอีกในอนาคต

จากนั้น เตซคาทลิโปคาก็ปกครองมนุษย์ทั้งปวง ด้วยการใช้อำนาจตามที่ทรงปรารถนา โดยไม่มีศีลธรรมหรือคุณธรรมใดๆ ทำให้ผู้คนจำต้องก้มหน้าบูชาพระองค์ด้วยความหวาดกลัว

แล้วพระองค์ก็ทรงทำให้มนุษยชาติ ตกลงสู่ความเสื่อมทรามยิ่งขึ้นไปอีก




พระองค์โปรดเลือดและการบูชายัญมากครับ ทรงให้สัญญาว่า การบูชาพระองค์ด้วยการฆ่ามนุษย์ และควักหัวใจถวาย จนเป็นที่พอพระทัย จะทำให้วันโลกาวินาศมาถึงช้าลงได้

เทพองค์นี้จึงเป็นต้นเหตุแห่งการบูชายัญอย่างสยดสยอง ทั้งในอัซเท็ค มายา และอารยธรรมต่างๆ ทั่วอเมริกากลาง แต่ละอาณาจักรหมกมุ่นแต่การทำสงครามกัน หรือปล้นสดมภ์เมืองต่างๆ เพื่อจับเชลยไปบูชายัญถวายเตซคาทลิโปคา และกลายเป็นความเขื่อที่ลามเลยไปถึงเทพเจ้าองค์อื่นๆ ด้วย

ในช่วงเวลาหลายร้อยปีแห่งความบ้าคลั่งนี้ ผู้คนที่ถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัว ส่วนหนึ่งได้แต่เฝ้ารอการกลับมา และยุคแห่งสันติสุขของจอมเทพเควตซัลโคอาทล์

ก่อนที่อารยธรรมทั้งหมดของอเมริกากลาง จะพบกับความหายนะ อันเนื่องจากการค้นพบของโคลัมบัส และการมาถึงของกองทัพโจรสเปน

เมื่อชาวสเปนบังคับให้ประชาชนในอเมริกกลางทั้งหมดเข้ารีต พวกเขาเชื่อมโยงเตซคาทลิโปคากับปีศาจในพระคัมภีร์ และพยายามลบล้างเรื่องราวทั้งหมดของเทพองค์นี้

จนในที่สุด พระเจ้ากระหายเลือดองค์นี้ก็ถูกลืมเลือนไป จากวิถีชีวิตของชาวเม็กซิกัน ชาวมายัน และชาวพื้นเมืองที่เคยถูกครอบงำด้วยลัทธิแห่งความหวาดกลัวของพระองค์




แต่ทุกวันนี้ กลับมีความพยายามที่จะ promote และฟื้นฟูลั ทธิดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง จากกลุ่มบุคคลที่ชื่นชอบเทพสาย dark อันได้แก่เทพอสูร และเทพปีศาจในลัทธิศาสนาต่างๆ ซึ่งนับว่าเป็นกระแสนิยมที่เด่นชัด เคึยงคู่การฟื้นฟูลัทธิบูชาเทพโบราณ ผู้ทรงคุณงามความดีในสังคม pagan ยุคนี้เลยทีเดียว

และถึงแม้ว่าจะมีความพยายามดังกล่าว โดยไม่ถึงกับจะไปรื้อฟื้นพิธีบูชายัญ หรือกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวกับเลือดและความตาย แต่ก็แสดงให้เห็นนะครับว่า ยังมีคนอีกไม่น้อย ที่สนใจความรุ่งโรจน์ในอดีตของจักรวรรดิอัซเต็ค และอารยธรรมทั้งหลายในอเมริกากลาง

โดยไม่คำนึงว่า อารยธรรมเหล่านั้นต้องถึงแก่กาลวิบัติ เพราะบูชาอะไรเป็นสรณะ

...................................



หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด


Sunday, March 1, 2020

คณะเทพอัซเต็ค






เทววิทยาอัซเต็คมีทรรศนะว่า เทพทั้งปวงล้วนสืบสายมาจากแหล่งเดียวกัน คือ โอเมเตโอทล์ (Ometeotl)

ซึ่งเป็นภาครวมของ เทพบิดรโอเมเตคูฮ์ทลิ (Ometecuhtli) และ เทพมารดรโอเมซิวาทล์ (Omecíhuatl)

เทพทั้งสององค์นี้เป็นนามธรรมครับ คล้ายๆ พลังหยินหยางของจีน คือไม่มีเทวรูป หรือหิธีบูชาใดๆ

แต่ก็เป็นบรรพชน ผู้ให้กำเนิดทั้ง จอมเทพเควตซัลโคอาทล์ (Quetzalcoatl) และเทพเจ้าที่สำคัญอีกหลายองค์ ดังต่อไปนี้




1.สุริยเทพ และเทพสงคราม ฮวิตซิโลปอชทลิ (Huitzilopochtli) ทรงเป็นเทพที่มีความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะในยุคเสื่อมของจักนวรรดิอัซเต็ค ที่หมกมุ่นกับการทำสงคราม เพื่อแสวงหาเหยื่อบูชายัญ

พระองค์ทรงมีเทวประวัติที่เหี้ยมเกรียม เมื่อแรกประสูติ ก็ทรงสังหารพระขนิษฐภคินี คือ จันทรเทวีโคโยลซาอูฮ์ควี (Coyolxauhqui) และพระเชษฐาถึง 400 องค์ในคราวเดียว

เหตุการณ์อันสยดสยองนี้ แม้จะเกิดขึ้นเพราะต้องทรงปกป้องพระมารดา แต่ก็ทำให้พระองค์ทรงโปรดการบูชายัญ ด้วยชีวิตมนุษย์คราวละมากๆ ครับ




2.วรุณเทพ ทลาลอค (Tlaloc) ผู้ดลบันดาลสายฝน และความอุดมสมบูรณ์

ซึ่งในประติมานวิทยาอัซเต็ค มักทำเป็นรูปหน้ากาก ซึ่งใครก็ตามที่คุ้นเคยกับศิลปะบาหลี จะรู้สึกว่าดูคล้ายกันอย่างบอกไม่ถูกเลยละครับ

นอกจากการบูชาโดยลำพังแล้ว วรุณเทพองค์นี้ยังทรงได้รับความนิยมในการบูชาร่วมกับเทพที่สำคัญองค์อื่นๆ เช่น :

-สุริยเทพฮวิตซิโลปอชทลิ ดังปรากฏที่ มหาเทวาลัยแห่งกรุงเตนอชติทลัน (Tenochtitlan) นครหลวงแห่งจักรวรรดิอัซเต็ค

-จอมเทพเควตซัลโคอาทล์ ดังเช่นที่เทวสถานขององค์จอมเทพในกรุงเตโอติวาคัน (Teotihuacan) เพราะทรงเป็นเทพผู้ประทานฝนเหมือนกัน




3.เทพอสูร เตซตาทลิโปคา (Tezcatlipoca) ผู้เป็นต้นเหตุแห่งความเชื่อ ที่นำจักรวรรดิของอัซเต็ค และอารยธรรมต่างๆ ทั่วอเมริกากลางไปสู่ความวิบัติหายนะ

พระองค์ทรงใช้เล่ห์กลแย่งชิงบัลลังก์จากจอมเทพเควตซัลโคอาทล์ แล้วปกครองมนุษย์ โดยไม่มีศีลธรรมหรือคุณธรรมใดๆ ทำให้ผู้คนจำต้องก้มหน้าบูชาพระองค์ด้วยความหวาดกลัว

ทรงทำให้อารยธรรมต่างๆ ทั่วอเมริกากลาง หมกมุ่นแต่การทำสงครามกัน เพื่อจับเชลยบูชายัญถวายแด่พระองค์ จนกลายเป็นความเขื่อที่ลามเลยไปถึงเทพเจ้าองค์อื่นๆ ด้วย

นอกจากสามองค์นี้ ยังมีเทพอื่นๆ ที่บูชากันทั่วไป เช่น

เทพมิกซ์โคอาทล์ (Mixcoatl) เทพเจ้าแห่งทางช้างเผือก สงคราม และการล่าสัตว์




เทพซิเป-โตเต็ค (Xipe-Tótec) เทพเจ้าแห่งทองคำ การเกษตร และฤดูใบไม้ผลิ




ยมเทพ มิคทลันเตคูฮ์ทลิ (Mictlantecuhtli) ผู้ปกครองทุกดวงวิญญาณในสัมปรายภพ




เทพเซนเตโอทล์ (Centeoltl) เทพเจ้าแห่งข้าวโพด

เทพอิตซ์ทลาโคลิอูฮ์เคว (Itztlacoliuhque) เทพเจ้าแห่งภัยพิบัติ อุณหภูมิ และหินออบซิเดียน (Obsidian) ซึ่งใช้ทำกระจก และมีดที่ใช้ในพิธีบูชายัญ

เทพโตโลเคว นาวาเคว (Toloque Nahuaque) เทพผู้สร้างจักรวาล สัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นของสรรพสิ่ง และผู้พิทักษ์ธรรมชาติ

หรือในส่วนของเทพนารี ก็จะมีหลายองค์เช่นกัน ที่นิยมบูชากันทั่วไป ดังนี้ครับ




มหาเทวีโคอาทลิเคว (Coatlicue) เทพมารดร ผู้ให้กำเนิดองค์สุริยเทพฮวิตซิโลปอชทลิ จันทรเทวีโคโยลซาอูฮ์ควี และพระโอรสอีก 400 องค์ ที่ถูกองค์สุริยเทพสังหาร และเสกให้เป็นดวงดาว




เทวีทลาโซลเตโอทล์ (Tlazolteotl) ผู้เปรียบประดุจพระแม่กาลีแห่งอเมริกากลาง




เทวีโซชิเควตซัล (Xochiquetzal) เทวีแห่งความงามและความรัก




เทวีอิตซ์ปาปาโลทล์ (Itzpapalotl) ผู้คุ้มครองวิญญาณของเด็ก รวมทั้งผู้หญิงที่ตายในการใช้แรงงาน (Cihuateteo)





สมุทรเทวี ฮวิกซ์โตซิวาทล์ (Huixtocihuatl) ผู้ปกครองทะเลและมหาสมุทร

ซึ่งผมจะทยอยนำเสนอเรื่องราวของเทพที่สำคัญแต่ละองค์ แบบเจาะลึก ในโอกาสต่อไปครับ


...................................


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

Sunday, February 2, 2020

จอมเทพ เควตซัลโคอาทล์








Quetzalcoatl; 
yn ehecatl ynteiacancauh 
yntlachpancauh in tlaloque, 
yn aoaque, yn qujqujiauhti. 
Auh yn jquac molhuja eheca, 
mjtoa: teuhtli quaqualaca, 
ycoioca, tetecujca, 
tlatlaiooa, tlatlapitza, 
tlatlatzinj, motlatlaueltia.



Quetzalcoatl—
he was the wind, 
the guide and road sweeper of the rain gods, 
of the masters of the water, 
of those who brought rain. 
And when the wind rose, 
when the dust rumbled, 
and it crack and there was a great din, 
became it became dark 
and the wind blew in many directions, 
and it thundered; 
then it was said: 
"[Quetzalcoatl] is wrathful."



พระนามของเทพองค์นี้ แปลว่า งูขนนก (Feathered Serpent)

ทรงเป็นพระเป็นเจ้าสูงสุด ของอารยธรรมต่างๆ ในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ โดยพบหลักฐานในอารยธรรม เตโอติวาคัน (Teotihuacan) ตั้งแต่ราวๆ 100 ปีก่อนคริสตกาล

และพระองค์ก็เริ่มได้รับการนับถือแพร่หลายมากขึ้น ในช่วง ค.ศ.600-900

หลังจากนั้น ลัทธิบูชาพระองค์ก็กลายเป็นศาสนาหลักของอารยธรรม มายา (Maya) อัซเต็ค (Aztec) และ อินคา (Inca) จนถึงคริสตศตวรรษที่16

จอมเทพองค์นี้ ตามตำราว่าทรงมีเทวลักษณะเป็นบุรุษรูปงาม ผิวขาว เคราดำ สวมศิราภรณ์และฉลองพระองค์ประดับขนนกเควตซัล (Quetzal) มีเทพศาสตราวุธคือคฑา

แต่รูปลักษณ์ที่ทรงได้รับความนิยมมากกว่า คือ พญามังกร หรือ พญางูขนนก

กล่าวกันว่า พระองค์ทรงแล่นเรือมาจากดินแดนอันไกลโพ้น พร้อมกับอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรง ที่สามารถเปลี่ยนเนินเขาให้กลายเป็นหุบเขา และเจาะทะลุภูเขาให้มีลำธารไหลออกมาได้

แต่พระองค์ทรงนำความรู้ต่างๆ มาสั่งสอนให้ผู้คนในอารยธรรมเหล่านี้เลิกประเพณีพิธีกรรมที่ป่าเถื่อน แม้กระทั่งการฆ่าสัตว์บูชายัญ พระองค์ก็ทรงให้เปลี่ยนเป็นการบูชาด้วยอาหารและดอกไม้

ทรงสอนให้ผู้คนออกจากถ้ำและรู้จักสร้างบ้าน รู้จักทอผ้าสวมใส่แทนชุดหนังสัตว์

ซึ่งพระองค์ทรงสั่งสอน และชักนำด้วยความเมตตา ไม่มีการใช้กำลังบังคับเลย

แม้ว่าหลายๆ แห่งที่พระองค์เข้าไป ชนเผ่าท้องถิ่นจะยังคงป่าเถื่อนและดุร้ายมาก แต่เมื่อพวกเขาจะทำร้ายพระองค์ ก็ต้องยอมสยบให้กับพลังอำนาจที่ทำให้โลกธาตุหวั่นไหวอย่างไม่เคยมีมาก่อน

พระองค์ทรงเป็นปรมาจารย์ของวิชาความรู้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ โลหกรรม การทำฟาร์ม ปศุสัตว์ ศิลปะการเขียน วิศวกรรมและสถาปัตยกรรม

พระองค์มิได้สอนสิ่งเหล่านี้ด้วยพระองค์เองทั้งหมดหรอกครับ แต่ทรงร่วมกันสอนกับคณะผู้ติดตาม ซึ่งมีทั้งนักปราชญ์และนักรบ

ยุคสมัยที่พระองค์ตระเวนสั่งสอนศิลปวิทยาการต่างๆ นั้น เป็นยุคทองในตำนานของผู้คนในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ทุกเผ่าพันธุ์





แต่ในที่สุด เทพอสูรเตซคาทลิโปคา (Tezcatlipoca) เทพแห่งความชั่วร้าย ได้มอมเหล้าพระองค์ และล่อลวงพระองค์ให้สมสู่กับน้องสาวของพระองค์เอง

ทำให้จอมเทพทรงเกิดความละอาย และกลับสู่ท้องทะเลไป โดยสัญญากับคนที่ยังจงรักภักดีกับพระองค์ว่า จะเสด็จกลับมาอีก

นับแต่นั้น อารยธรรมต่างๆ ในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ก็ตกลงสู่ความเสื่อมโทรม และเกิดลัทธิบ้าคลั่งในการบูชายัญมนุษย์ในแทบทุกหนแห่ง

คนส่วนหนึ่งได้แต่เฝ้ารอ วันที่จอมเทพเควตซัลโคอัทล์จะปรากฏพระองค์ เพื่อนำยุคแห่งสันติสุขกลับมาอีกครั้ง


...................................



หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด